สถาบันทางวิชาชีพที่มีบทบาทต่อการพัฒนาข้อมูลทางบัญชี

              การพัฒนาข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจนั้นนอกจากจะได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของธุรกิจและเทคนิคในการประยุกต์ใช้บริการแต่ละองค์การแล้วยังมีสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาชีพอีกส่วนหนึ่งที่มีหน้าที่และบทบาทโดยตรงต่อการพัฒนาข้อมูลทางบัญชีในเชิงวิชาการเพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจเป็นข้อมูลที่ทันสมัยเชื่อถือได้และช่วยให้บริการสามารถนำไปใช้เพื่อการตัดสินใจได้อย่างแห้จริงสถาบันทาววิชาชีพที่ควรรู้ก็คือ

             1.สมาคมนักบัญชีนานาชาติ (National Association of Accountants) หรือที่ใช้ตัวย่อยว่า “NAA” สมาคมแห้งนี้ได้ถูกก่อตั้งในปี8.L. 1919 (พ.ศ. 2462)โดยในระยะแรกได้ใช้ชื่อว่า“สมคมนักบัญชีต้นทุนนานาชาติ” (National Association of Cost Accountants) จึงทำให้สถาบันแห้งนี้มีบทบาทต่อการพัฒนาข้อมูลทางบัญชีต้นทุนและบัญชีเพื่อการจัดการตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันในการดำเนินงานของสมมาคมได้มีการจัดทำวารสารที่มีชื่อเสียงทางด้านบัญชีต้นทุนและบัญชีเพื่อการจัดการโดยใช้ชื่อว่า “Management Accounting” ซึ่งจะเสนอบทความที่เขียนโดยสมาชิกของ NAA ที่มีประสบการณ์ในหน่วยงานธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกานอกจากนี้ยังจัดให้มีการเสนอโครงการวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการทางบัญชีต้นทุนและการวิเคราะห์ทางบัญชีเพื่อการจัดการให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ข้อมูลทางบัญชีต้นทุนโดยให้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานที่มีชื่อว่า “NAA Research Studies” ในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) NAA ได้ทำการก่อตั้ง “สถาบันทางบัญชีเพื่อการขัดการ (Institute of Management Accounting)ใช้ชื่อย่อ “IMA” ให้รับผิดชอบโดยตรงต่อการพัฒนาการบัญชีต้นทุนและบัญชีเพื่อการจัดการโดยให้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่นักบัญชีบริหารที่ผ่านการทดสอบเช่นเดียวกับผุ้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ของสถาบัน AICPA ซึ่งผู้ที่ผ่านการทดสอบทางบัญชีเพื่อการจัดการนี้จะเรียกว่า “Certificate in Management Accounting (CMA)”

              2.สถาบันผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งอเมริกา(American Insitute Of Certified Public Accountants) โดยมีชื่อย่อว่า “AICPA” เป็นสถาบันที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาหลักการบัญชีเพื่อให้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป (GAAP) โดยสถาบันจะเป็นผู้ที่ทำการทดสอบเพื่อการออกบัญชีรับอนุญาต (CPA) นอกจากนี้ผลงานอีกอันหนึ่งที่มีชื่อเสียงของ CICPA ก็คือการออกวารสารรายเดือนที่ชื่อว่า“journal of Accountancy” ถึงแม้ว่าวารสารนี้จะเน้นหนักไปทางด้านหลักการบัญชีทั่วไป

3.สมาคมการบัญชีแห่งอเมริกา(American Accounting Association)โดยใช้ชื่อย่อว่า “AAA” เป็นสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นโดยบรรดาคณาจารย์ทางการบัญชีจากมหาวิทยาลัยต่างๆในสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1916 (พ.ศ. 2459) โดยผลงานที่สำคัญของสมาคมคือช่วยพัฒนาและส่งเสริมทางด้านทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติทางการบัญชีไม่ว่าจะเป็นบัญชีการเงิน บัญชีต้นทุนบัญชีเพื่อการจัดการละอื่นๆนอกจากนี้สมาคมยังได้ออกวารสารที่ทำหน้าที่เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับวิชาการบัญชีต่างๆในเชิญทฤษฎีที่ชื่อว่า “The Accounting Review”

4.สหพันธ์นักบัญชีอาเซียน(ASEAN Federation of Accountants)หรือมีชื่อย่อว่า “AFA” โดยหน่วยงานนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาจากความร่วมมือของสมาคมนักบัญชีในประเทศอาเวียนในปี ค.ศ. 2519 ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 6 ประเทศ คือ อินโดเนียเซียมาเลเซีย ฟิลิบปินส์สิงคโปร์บรูไนและประเทศไทยวัตถุประสงค์ที่สำคัญของสหพันธ์ก็คือการมุ่งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนักบัญชีใน๓ภาคอาเซียนให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและเป็นที่ยอมรับของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

5.คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างชาติ(International Accounting Standards Committee)หรือชื่อว่า“IASC” ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1973 โดยผู้แทนนักบัญชีจากสถาบันวิชาชีพใน 9 ประเทศได้แก่ ออสเตรียแคนนาดาผรั่งเศลเยอรมันเม็กซิโกเนเธอร์แลนด์สหราชอาณาจักรญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะจัดวางและเผยแร่มาตรฐานการบัญชีเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนรวมทั่งมุ่งส่งเสริมให้มีการยอมรับและปฏิบัติตามมาตรฐานนั้นในระดับสากลสำหรับมาตรฐานการบัญชีของประเทศไทยหลายฉบับก็มีลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีนานาชาติ (IAS)คณะกรรมการชุดนี้ด้วย

6.สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสงเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติวิธีการทางบัญชีในประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับหลักการบัญชีที่ยอมรับทั่วไปในระดับนานาชาตินอกจากนี้สมาคมได้มีการออกวารสาร “นักบัญชี” ที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารตลอดจนการแสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการในการพัฒนาข้อมูลทางบัญชีโดยสมาคมได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการในหลายด้านและทำหน้าที่ต่างๆ กัน เช่นคณะอนุกรรมการบัญญัติศัพท์ทางการบัญชีคณะอนุกรรมการด้านบัญชีเพื่อการจัดการคณะอนุกรรมการด้านการสอบบัญชีเป็นต้นนอกจากนี้สมาคมยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมและมีบทบาทในการประชุมนักบัญชีนานาชาติเช่นการประชุมสหพันธ์นักบัญชีอาเซียน(AFA)และการประชุมนักบัญชีเอเชียและแปซิกฟิก (Conference of Asian and Pacific Accountants = CAPA)

7.คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐโดยทำหน้าที่ในการออกข้อบังคับกฎเกณฑ์และข้อกำหนดในการออกใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีให้แก่นักบัญชีที่ต้องการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบรายข้อมูลทางการบัญชีของธุรกิจให้มีความถูกต้องตามหลักการบัญชีที่ยอมรับกันทั่วไปก่อนที่ธุรกิจเหล่านั้นจะนำข้อมูลทางการบัญชีมาให้เป็นหลักฐานแสดงจำนวนที่ควรจะเสียภาษีให้แก่รัฐหรือเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไปในการใช้ข้อมูลที่ถุกต้องเพื่อการตัดสินใจ

8.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(Stock Exchange of Thailand)หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ“SET”ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศไทยด้วยเหตุนี้การเสนอข้อมูลทางการเงินของกิจการต่างๆที่จะเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียน (บริษัทจดทะเบียนหมายถึงบริษัทที่ต้องการนำหลักทรัพย์หุ้น ทุน ของตนเองเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์)จึงควรที่จะมีมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้นักลงทุนได้ใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเที่ยงธรรมด้วยเหตุนี้ตลาดหลักทรัพย์จึงถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เข้ามีบทบาทต่อการพัฒนาวิชาชีพการบัญชีในประเทศไทย

                      นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานย่อยๆอีกมากมายที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาข้อมูลทางบัญชีซึ่งนับว่าเป็นการดีต่อการพัฒนาและส่งเสริมให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญต่อการที่จะนำข้อมูลทางการบัญชีไปใช้ประโยชน์เพื่อการตัดสินใจในการบริหารธุรกิจ

Leave a Comment